Korat Falconry

Korat Falconry Club. ชมรมกีฬาฝึกเหยี่ยวโคราช
 
HomeHome  CalendarCalendar  FAQFAQ  SearchSearch  RegisterRegister  Log in  
บุคคลที่มีความประสงค์จะสมัครสมาชิกกับทาง Korat Falconry เมื่อท่านอ่าน กฏระเบียบข้อบังคับของทาง Korat Falconry ท่านทำการสมัครโดยการใส่ชื่อ Username(ประจำตัวเองที่ใช้บ่อย), E-mail, Password ในช่องที่ปรากฏให้เรียบร้อย หลังจากนั้นทางเว็บ ต้องขอความกรุณาทุกๆท่าน ให้ส่งรายระเอียดของตัวท่านเอง คือ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุลจริงตามทะเบียนบ้าน พร้อม Scanหรือถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้ขีดคร่อมสำเนาบัตรด้วยปากกาสีน้ำเงินและเขียนข้อความว่า "เพื่อใช้สำหรับKorat Falconry เท่านั้น" ไปยัง koratfalconry@gmail.com พร้อมระบุ Username ที่ได้ทำการสมัครด้วย เมื่อทางทีมงานได้รับแล้ว จึงจะทำการอนุญาตให้ท่านเข้าไปใช้งานได้ต่อไป ผู้ที่สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 18ปี ขึ้นไป หรือผู้ปกครองรับรองมา ถ้าไม่ถึง18ปี แต่ต้องเกิน อายุ 15ปีขึ้นไป ในจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น วัตถุประสงค์ของ ชมรมกีฬาฝึกเหยี่ยวโคราช •แลกเปลี่ยนความรู้ในการเลี้ยงและฝึกนกเหยี่ยว Falconry •เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อแก่สมาชิก •แลกเปลี่ยนความรู้ในเพิ่มจำนวนนกเหยี่ยวอันเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า •เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมการเลี้ยงและการอนุรักษ์นกเหยี่ยวตามสายพันธุ์รวมทั้งนกล่าอื่นๆ •สร้างความสามัคคีความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างมวลสมาชิกอื่นๆ •ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ กรณีไม่ใช่คนโคราช ไม่เกี่ยวข้องกับเมืองโคราช จ.นครราชสีมา ไม่ได้ทำงานไป-มา โคราช ไม่รับขอครับ คนที่อยู่โคราชส่งหลักฐานได้ที่เมล์และ ถ้าไม่ส่งต้องเป็นคนที่ผมพบตัวได้พูดคุยกันได้กินข้าวกินกาแฟกันมาแล้วครับ ถ้าไม่ได้เลี้ยงเหยี่ยวเลยก็ไม่รับเช่นกันครับ เพราะเดี๋ยวรับไปแล้วเป็นการชักนำเข้ามาเลี้ยงเหยี่ยว ผู้ที่มีเลี้ยงได้เหยี่ยวมาเลี้ยง อ่านเรื่องอาหารและสุขภาพเหยี่ยวได้เลยครับ บอร์ดนี้เปิดให้อ่านทุกกระทู้ครับ Admin จะเป็นผู้ยืนยันให้เท่านั้น..
Search
 
 

Display results as :
 
Rechercher Advanced Search
Keywords
Northern hood Lure Goshawk
Latest topics
December 2016
MonTueWedThuFriSatSun
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
CalendarCalendar
Forum

Share | 
 

 ปฐมบทแห่งนกล่าเหยื่อ by Horus จาก SFC.Thai

View previous topic View next topic Go down 
AuthorMessage
Korat KFC
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 233
Join date : 2012-04-21

PostSubject: ปฐมบทแห่งนกล่าเหยื่อ by Horus จาก SFC.Thai   Sat Apr 21, 2012 11:45 pm

บทความไตรภาค ชุด ปฐมบทแห่งนกล่าเหยื่อ ตอนที่ 2
สวัสดีเพื่อนสมาชิกเก่าและใหม่ทุกท่าน Horus ได้ทราบว่าเวลานี้เริ่มถึงฤดูกาลที่มีลูกนกแล้วปัจจุบันเนื่องจากโลกร้อนขึ้นฤดูกาลผันแปรการขยายพันธุ์ของสัตว์หลายประเภทต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไปด้วยลูกเหยี่ยวขยายพันธุ์เร็วขึ้นกว่าสมัยก่อนที่ผมหาลูกนก อีกทั้งสัตว์และนกปัจจุบันนี้ยังมีขนาดเล็กลงด้วย เชิญพบกับบทความไตรภาค ชุด ปฐมบทแห่งนกล่าเหยื่อ ตอนที่ 2

เรื่องการอนุบาลลูกนกเบื้องต้น
ผมได้นำบทความที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจทั้งเก่าและใหม่โดยบทความชิ้นนี้กว่า60%ของเนื้อหาอาจารย์ของผมได้แปลมาจากหนังสือ Falconry manual หน้า 129 - 133 หัวข้อ Care and Attention แต่งโดย Frank Lyman beebe สุดยอดปรมาจารย์จาก USA คำบางคำอ่านแล้วอาจดูแปร่งๆไปบ้างโดยเนื้อความจะเป็นการเลี้ยงเชิง falconry ถ้าท่านใดไม่เลี้ยงแบบ falconry ก็ไม่ต้องทำตามบางขั้นตอนก็ได้ก่อนอื่นที่ท่านจะนำลูกนกล่าเหยื่อมาเลี้ยงท่านต้องตั้งคำถามกับตัวเองและตอบตนเองให้ได้ก่อนว่าจะนำนกล่าเหยื่อมาเลี้ยงเพื่อเหตุผลอะไร เช่นเพื่อการอนุรักษ์ เพื่อความสวยงาม เลี้ยงไว่เป็นเพื่อนหรือเลี้ยงเพื่อเป็นเกมกีฬาล่าสัตว์เพราะการเลี้ยงที่มีจุดประสงค์ต่างกันวิธีการเลี้ยงก็จะแตกต่างกันไปด้วย เช่น เลี้ยงเพื่อการอนุรักษ์ ผู้เลี้ยงต้องไม่เข้าใกล้ตัวนกเลยเพื่อที่นกกลัวคนโตขึ้นมาจะได้นำไปปล่อยป่าได้หรือเลี้ยงเพราะความสวยงามใส่กรงใหญ่ถึงเวลาก็แค่โยนอาหารเข้าไปในกรงหรือเลี้ยงเพื่อเป็นเกมกีฬาล่าสัตว์เชิง falconry การเลี้ยงแบบนี้ทั้งตัวผู้เลี้ยงและนกต้องมี กฎระเบียบ วินัย เสมือน Trainer ฝึกสอนนักกีฬาถ้า Trainer ขยันมีความอดทนนักกีฬา ( เหยี่ยว) ก็จะเก่งและประสบความสำเร็จไปด้วยในบางประเทศอาหรับ แถวตะวันออกกลางครูฝึกเหยี่ยวทำกันเป็นครอบครัว เป็นอาชีพสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นและที่สำคัญมีรายได้ดีมากๆ สำหรับผู้เริ่มต้นที่คิดจะเลี้ยงนกล่าเหยื่อ(ตัวแรก) ทั้งเหยี่ยวและนกเค้าแมวควรเริ่มเลี้ยงกับลูกนกที่เป็นลูกนกวัยเริ่มหัดบินได้แล้ว คือ มีขนปลายปีกขึ้นเกือบเต็มอายุประมาณ 2-3 เดือนเพราะลูกนกวัยนี้ผ่านการเลี้ยงและอบรมนิสัยเบื้องต้นจากธรรมชาติมาแล้วอีกทั้งธาตุอาหารก็จะได้จากพ่อแม่นกครบถ้วนและยังดูแลง่ายกว่าพวกลูกอ่อนที่มีอายุไม่กี่สัปดาห์โดยผู้เลี้ยงไม่ต้องกังวลว่าลูกนกวัยรุ่นจะไม่เชื่องเพราะนกอายุแค่นี้ยังฝึกให้เชื่องได้ง่ายแต่ถ้าจำเป็นต้องได้ลูกนกอ่อนมาเลี้ยงต้องามีวิธีการดูและเป็นพิเศษหากลูกอ่อนอายุไม่ถึงเดือนหรือขนหนามยังไม่ขึ้น


รูปตู้อบลูกนกแรกเกิดถึง 2สัปดาห์



การเลี้ยงดูลูกนกเหยี่ยวตั้งแต่เริ่มแรก
การได้มาขอนกเหยี่ยวทุกประเภทผู้เลี้ยงจะต้องให้ความรักความสนใจ เช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น อย่างไรก็ตามการได้เหยี่ยวมาเลี้ยงจะต้องรู้ว่ามันมีความเคลื่อนไหวมากกว่าสัตว์ประเภทอื่น มันสามารถอดน้ำอดอาหารในวันสองวันโดยไม่มีผลร้ายแรงต่อตัวมันเอง อย่างไรก็ตามถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของลูกนกให้เพียงพอลูกนกจะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายจาการเป็นลูกอ่อนอายุไม่กี่วันจนถึง 6-8 สัปดาห์ มีข้อควรจำอยู่หลายประการ

1. อยู่ในที่อบอุ่นอุณหูมิ 97 -94 องศา F (36.1-34.4 ํC) สำหรับลูกอ่อนแรกเกิดถึง 1 สัปดาห์
2. อยู่ในที่อบอุ่นอุณหูมิ 93 -90 องศา F (33.9-32.2 ํC) สำหรับลูกอ่อน 1 ถึง 2 สัปดาห์
3. อยู่ในที่อบอุ่นอุณหูมิ 89 -80 องศา F (31.7-26.7 ํC) สำหรับลูกนก 2 ถึง 4 สัปดาห์
4. จัดวางเศษกระดาษฝอยหรือใบสนหรือเศษผ้าม้วนเป็นเกลียวเพื่อให้ลูกนกรองนั่งและบริหารนิ้วเท้าได้
5. อยู่ในสถานที่มิดชิดปลอดภัยจากลมโกรก ละอองฝน แดดตอนกลางวัน หรือแม้นแต่มดก็ต้องระวังเพราะลูกนกยังช่วยตัวเองไม่ได้
6. ลูกนกต้องการพื้นที่เพียงพอให้มันได้ออกกำลังกายกระพือปีกเพื่อหัดบิน
7. เมื่ออายุได้ 3-4 สัปดาห์ควรนำลูกนกตากแดดอ่อน ฯ ตอนเช้า 20 – 30 นาที เพราะสารอาหารที่จำเป็นบางชนิดจำต้องได้รังสีจากดวงตะวัน(เช้าหรือเย็นเท่านั้น)เพื่อสังเคราะห์และนำไปใช้

อาหารที่เหมาะกับนกในไทย เช่น เหยี่ยวขาว ดำ ชิครา เขาหงอน รุ้ง ทุ่ง เลี้ยงด้วย ไก่ เป็ด นกกระทา ลูกเจี๊ยบ กบ หนู กระต่าย เนื้อวัว ถ้าเป็นนกกินปลา เช่น เหยี่ยวแดง นกออก นกฮูก ทึดทือ สกุล Ketupa ให้เนื้อวัว ไก่ สลับเนื้อปลาได้ทุกชนิด เหยี่ยวเล็กตะโพกขาว เหยี่ยวแมลงปอ นกเค้าแมวขนาดเล็ก สกุล Otus , Glaucidium ต้องเลี้ยงแต่เนื้อนกกระทาและเนื้อกบเท่านั้น และเสริมแมลง หนอนนก ตั๊กแตน จิ้งหรีด ด้วง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง นกกลุ่ม True Falcon และ กลุ่ม Sparrow Hawk เหยี่ยวนกกระจอก พวกนี้จัดเป็น นกกินนก ตัวจริง ต้องเลี้ยงด้วยเนื้อนกพิราบหรือเนื้อนกกระทาหรือเนื้อนกอะไรก็ได้ที่มีสีเนื้อแดงสดเท่านั้นและต้องติดขนด้วยหรือ ลูกเจี๊ยบแรกเกิด ( Old day chick ) ผสมวิตามินรวมผง(ของเหยี่ยวโดยเฉพาะ) ห้าม เลี้ยงเนื้อ วัว ควาย ม้า แกะ หมู เด็ดขาด แต่พวกนกขนาดใหญ่ขึ้นมา เช่น เหยี่ยวแข้งขน อินทรี สามารถให้อาหารพวก เนื้อวัว ควาย ม้า แกะ ได้หรือนกเค้าแมวขนาดใหญ่ Eagle owl [นกเค้าแมวอินทรี ] สกุล Bubo เลี้ยงอาหารได้เกือบทุกชนิดแต่มีข้อสำคัญคือต้องมีชิ้นส่วนของอาหารที่มีเส้นใยจำพวกขนให้นกเค้าแมวกินเพื่อเส้นใยขนจะช่วยในระบบย่อยอาหารของนกฮูก ให้สมบรูณ์ทำให้นกฮูก คายสำรอกก้อนขน Owl pellet ออกมาโดยที่นกเค้าแมวขนาดใหญ่ควรเลี้ยงอาหารคือ หนู อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งยกเว้นกลุ่มนกเค้าแมวทึดทือ สกุล Ketupa ที่สามารถให้พวกปลาได้ทุกชนิดโดยที่กลุ่มนกล่าเหยื่อกลางคืน นกฮูก นกเค้าแมว นกแสก มีระบบการย่อยอาหารที่แตกต่างจากนกเหยี่ยวหรืออินทรีโดยสิ้นเชิง พวกนี้ไม่มีกระเพาะพัก Crop มีแต่กระเพาะจริงอยู่ต่ำแห่นงท้องส่วนล่างใกล้กับก้น อาหารที่จะนำมาเลี้ยงลูกนกควรแตกต่างกันตามชนิดของนกนั้นๆควรจะให้ใกล้เคียงกับอาหารที่พ่อแม่มันเลี้ยงตามธรรมชาติจะมีแต่นกในตระกูล True eagle และ อินทรีแข้งขนขนาดใหญ่ ที่สามารถเลี้ยงได้โดยเนื้อ วัว ควาย ม้า แกะ หมู ได้เป็นเวลานานโดยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพและระบบการย่อยอาหารยังมีอาหารอีกประเภทที่ข้าพเจ้าขอแนะนำ ใช้เลี้ยงลูกนกล่าเหยื่อได้ทุกประเภท คือเนื้อนกกระทาแพคในบ้านเราหาซื้อง่ายที่ แมคโคร น่าจะสะอาด กว่าตลาดสดทั่วไป แถมยังใช้ให้เป็นเหยื่อเป็นให้เหยี่ยวฝึกล่าได้อีกด้วย หรือลูกเจี๊ยบแรกเกิดพร้อมขน ( Old day chick )


ดังที่ได้กล่าวมาแล้วลูกนกพวกนี้ควรได้รับความเอาใจใส่ให้เพียงพอการเลี้ยงมันไม่ควรใช้นิ้วมือป้อนอาหารใส่ปากนกโดยตรงเพื่ออนามัยของคนเอง แต่ควรใช้ปากคีบป้อนอาหารใส่ปากมัน ด้วยเศษเนื้อชิ้นเล็กๆก่อนที่ไม่มีขน กระดูก สำหรับพวกลูกนกที่อ่อนมาก อายุไม่เกิน 2 สัปดาห์และเมื่อมันโตขึ้นมาหน่อยก็ให้เนื้อที่ติดขน ติดกระดูกสับละเอียดบ้างเล็กน้อย เพื่อให้เหมือนกับในธรรมชาติที่พ่อ แม่ มันเลี้ยงในตัวที่อายยุน้อยมากไม่เกิน 2 สัปดาห์ควรให้บ่อยๆแต่ละครั้งให้น้อยไม่ต้องอิ่ม วันหนึ่งควรให้ 4-5 ครั้งพอโตขึ้นมาอีกหน่อย ให้ 3 มื้อต่อวันจนถึงเช้า-เย็น ควรให้เนื้อที่ติดทั้งขนหนังกระดูกเครื่องในลูกนกเหยี่ยวขนาดใหญ่ หรือพันธุ์ใหญ่ เช่น Ferruginous Hawk-Eagle , Mountain Hawk-Eagle , Changeable Hawk- Eagle และกลุ่ม Eagle ทั้งหลาย ถ้า ลูกนกอายุก่อน 1 เดือนให้ 3-4 มื้อต่อวัน เช้า เย็น อายุไม่เกิน 4-5 เดือนให้เพียงมื้อเดียวจนอิ่ม อนึ่งในขณะที่ลูกนกเริ่มยืนได้แล้วให้นำมายืนบนอุ้งมือของถุงมือหนังป้อนอาหารเพื่อให้ลูกนกเริ่มเรียนรู้ว่าถุงมือหนังคือโต๊ะอาหารของมันและเราคือเพื่อนผู้ให้อาหารแก่เขา เริ่มเป่านกหวีดทุก 1 ครั้งก่อนป้อนอาหารทุก 1 คำ ลูกนกจะถ่ายหลายครั้งต่อวัน หากนกได้รับอาหารที่ดีและเพียงพอจะทำให้มันแข็งแรง โตเร็ว ฉี่ของนกที่สมบรูณ์จะเป็นสีใสขาว ส่วนขี้เป็นก้อนเล็กสีเขียวน้ำตาลเข้มส่วนนกตัวใหญ่ขี้มีขนาดยาว 2-3 เซนติเมตรอยู่บนพื้นมูกสีขาว สำหรับนกที่ป่วยขี้ของมันจะมีสีเขียวอ่อน หรือ สีเหลืองอ่อนปนน้ำตาลแดงอาจมีฟองด้วย นกจะขี้แบบฉีดไปข้างหลังเสียส่วนใหญ่ยกเว้นเหยี่ยวในเหล่า Falcon สามารถนำมาเลี้ยงในบ้านได้เพราะขี้ของมันมีฤทธิ์อ่อนกว่าเหยี่ยวชนิดอื่นและขี้ในแนวดิ่งเมื่อลูกนกโตมาถึงระยะขนปีกเริ่มงอกยาวหางเกือบเติมและนกเริ่มวิ่งบนพื้นได้คล่องขึ้นควรงดเว้นการป้อนอาหารด้วยมือในบางมื้อแต่จะเริ่มให้อาหารเป็นชิ้นใหญ่ขึ้นที่ติดทั้ง เนื้อ หนัง กระดูก ขน เครื่องใน(แต่ต้องสะอาดจริง) เพื่อให้ลูกนกหัดฉีกระชากกินเองการเลี้ยงแบบนี้ผู้เลี้ยงต้องอยู่ใก้ลชิดกับตัวนกเพื่อให้นกคุ้นเคยกับการฉีกอาหารใกล้มือคน ควรทำไปสลับกับป้อนด้วยปากคีบจนมันเริ่มหัดบินในขั้นนี้สามารถติดกระดิ่งที่ขาและควรสวมแผ่นหนังรัดข้อตีน Anklets และสายรั้งขา Jesses และเริ่มหัดใส่ Hood ได้แล้วต่อไปเมื่อนกอายุมากขึ้น คือมีขนจริงปกคลุมแล้ว เมื่อลูกนกสิ้นสุดการมีขนหลอดคือไม่มีเศษเปลือกห่อหุ่มที่แกนหลักของก้านขน

ลักการเลี้ยงอาหารลูกนก
1. ทุกเช้าก่อนเลี้ยงควรชั่งน้ำหนักลูกนกก่อนและจดบันทึกไว้
2. ให้อาหารน้อยๆแต่บ่อยๆถ้ามีเวลาพอ เช่น ลูกนกที่ขนหนามยังไม่ขึ้น อายุไม่เกิน 1 เดือน ควรให้อาหาร 4-5 ครั้งต่อวัน เช้า สาย บ่าย เย็น แต่ถ้าลูกนกโตขึ้นอายุ 1-2 เดือนควารเลี้ยงวันละ 3 ครั้ง ลูกนกอายุ 3-4 เดือนเลี้ยงวันละ 2 ครั้ง
3. เมื่อชั่งน้ำหนักทุกวันผู้เลี้ยงจะทราบว่าลูกนกที่เราเลี้ยงไว้โตขึ้นทุกวันหรือไม่ ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้นแต่ลูกนกกินอาหารได้ดีแสดงว่าลูกนกตัวนั้นอาจมีพยาธิเยอะเกินไป หรือไม่ผู้เลี้ยงใช้อาหารที่ไม่เหมาะสมกับลูกนกชนิดนั้นๆ
4. ก่อนเลี้ยงมื้อต่อไปทุกครั้งผู้เลี้ยงต้องสังเกตุกระเพาะพัก cropของลูกนกว่าอาหารที่เลี้ยงไปมื้อก่อนหน้านี้หดน้อยลงหรือไม่ถ้า กระเพาะพักมีขนาดเท่าเดิมหรือไม่หดตัวลงไปมากก็ยังไม่ต้องเลี้ยงเก็บไว้เลี้ยงมื้อต่อเพราะเมื่ออาหารไม่ย่อยแสดงว่าลูกนกอาจจะท้องอืดหรือไม่ก็ป่วย
5. สังเกตสีของขี้นก ว่าผิดปกติไหม ถ้ามีสีเขียวเข้มก้อนมูกสีขาวครีม ไม่มีฟอง แสดงว่าใช้ได้ ให้ดูปริมาณการถ่ายว่าเยอะหรือน้อยจากอาหารที่ได้เลี้ยงไปมื้อก่อน
ควรหัดให้ลูกนกเคยชินกับสภาพแวดล้อมต่างๆที่เมื่อลูกนกตัวนั้นจะต้องพบเจอตอนมันโตขึ้น เช่น บ้านท่านมีอู่ซ่อมรถ มีเสียงเครื่องยนต์ดังอยู่ตลอดแต่ท่านเลี้ยงลูกนกในห้องนอนชั้นบนท่านต้องนำลูกนกของท่านลงมาพบกับสภาพแวดล้อมความเป็นจริงในอู่ซ่อมรถที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังอย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง หรือบ้านท่านเป็นร้านขายของที่ต้องมีผู้คนเดินไปมาพุลกพล่านท่านก็ต้องนำลูกนกของท่านออกจากที่เลี้ยงหลังบ้านมาพบกับสภาพแวดล้อมที่ร้านขายของและเจอผู้คน เพื่อความเคยชินอย่างน้อยวันละ 1-2 ชั่วโมง


นกสามารถยืนวิ่งได้คร่องแคร่วแล้วให้ผูกอาหารประจำวันที่เป็นชิ้นใหญ่ขึ้นค่อนข้างรุ่งริ่งกับ Lure ที่จะนำมาใช้กับลูกนกระยะนี้ อนึ่ง Lure คือ เหยื่อปลอมที่เอาไว้หลอกล่อให้นกล่าเหยื่อคิดว่านี้คือส่วนประกอบอย่างหนึ่งของรางวัลที่เป็นอาหารกินได้การที่นกจะใด้กินอาหารต้องจับ Lure หรืออีกนัยหนึ่งต้องให้นกล่าเหยื่อคิดว่า Lure คือเกมเล่นสนุกอย่างหนึ่งก่อนการกินอาหารต้องฝึกให้นกคิดว่า Lure คือของเล่นของมันที่เล่นและสนุกได้ออกกำลังกายที่สำคัญเล่นแล้วจะได้กินอาหานอิ่มด้วยเปรียบเสมือนลูกสนัขฝึกเล่นลูกเทนนิสเมื่อลูกสุนัขเห็นเจ้าของถือลูกเทนนิสเด้งบนพื้นไม่ว่ามันจะอิ่มหรือจะนอนลูกสนัขจะตื่นเต้นและเต็มใจร่วมสนุกกับเจ้าของผู้ขว้างลูกเทนนิสนั้น โดยปกติ Lure แต่ละชนิดจะทำไม่เหมือนกันแล้วแต่ชนิดเหยื่อที่นกเหยี่ยวกลุ่มนั้นชอบล่ามากเป็นพิเศษ เช่น กลุ่ม True Falcons Lure จะทำเลียนแบบพวกนกที่บินบนฟ้า นกพิราบ นกเป็ดน้ำ หรือกลุ่มเหยี่ยวใหญ่แท้ Buzzard สกุล Buteo จะล่าเหยื่อบนพื้น Lure จะทำเรียนแบบเหยื่อ กระต่าย กระรอกดิน โดยใช้หนังกระต่ายจริงๆมาทำ Lure ในบทนี้จะขอกล่าวถึงแค่การฝึกจับ Lure เบื้องต้นเท่านั้นเพราะศิลปการเล่น Lure แท้จริงต้องว่ากันเป็นบทๆ ถ้าเป็นเหยี่ยวขาว ดำ แดง ชิกคร่า ให้ใช้ Lure ที่ทำเหมือนหนู ไมค์ หนูขาว ถ้าเป็นนกเขาหงอน ชิกคร่า ตัวเมียที่ใหญ่ใช้ Lure เหมือนกระรอก ในความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้า ถึงแม้นว่านกบางชนิดจะไม่มีความสามารถเชิง falconry แต่ผู้เลี้ยงก็ควรจะเริ่มฝึกการใช้ Lure ไว้เพราะอย่างน้อยเมื่อนกบินหลุดหายไปเมื่อมันบินกลับมาเห็น Lure แล้วอาจชอบเล่นสนุกบินลงมาหาเจ้าของที่ ถือLureอยู่อีกครั้งก็ได้ โปรดติดตามตอนที่ 3 การดูแลสุขภาพนกล่าเหยื่อเบื้องต้น




ถ้าบทความของ Horus สามารถช่วยให้ลูกนกล่าเหยื่อได้เติบโตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรง อย่างน้อยสัก หนึ่งตัว มันก็คุ้มค่ากับการเสียเวลาที่เรียบเรียงขึ้นมา

เอกสารอ้างอิง A FALCONRY MANUAL BY FRANK L. BEEBE [1984]

CAPTIVE RAPTORS

คำสอนจากท่านอาจารย์
Horus
Back to top Go down
http://korat-falconry.fanbb.net
 
ปฐมบทแห่งนกล่าเหยื่อ by Horus จาก SFC.Thai
View previous topic View next topic Back to top 
Page 1 of 1

Permissions in this forum:You cannot reply to topics in this forum
Korat Falconry :: ทั่วไป General Board-
Jump to: