Korat Falconry

Korat Falconry Club. ชมรมกีฬาฝึกเหยี่ยวโคราช
 
HomeHome  CalendarCalendar  FAQFAQ  SearchSearch  RegisterRegister  Log in  
บุคคลที่มีความประสงค์จะสมัครสมาชิกกับทาง Korat Falconry เมื่อท่านอ่าน กฏระเบียบข้อบังคับของทาง Korat Falconry ท่านทำการสมัครโดยการใส่ชื่อ Username(ประจำตัวเองที่ใช้บ่อย), E-mail, Password ในช่องที่ปรากฏให้เรียบร้อย หลังจากนั้นทางเว็บ ต้องขอความกรุณาทุกๆท่าน ให้ส่งรายระเอียดของตัวท่านเอง คือ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุลจริงตามทะเบียนบ้าน พร้อม Scanหรือถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้ขีดคร่อมสำเนาบัตรด้วยปากกาสีน้ำเงินและเขียนข้อความว่า "เพื่อใช้สำหรับKorat Falconry เท่านั้น" ไปยัง koratfalconry@gmail.com พร้อมระบุ Username ที่ได้ทำการสมัครด้วย เมื่อทางทีมงานได้รับแล้ว จึงจะทำการอนุญาตให้ท่านเข้าไปใช้งานได้ต่อไป ผู้ที่สมัครต้องมีอายุตั้งแต่ 18ปี ขึ้นไป หรือผู้ปกครองรับรองมา ถ้าไม่ถึง18ปี แต่ต้องเกิน อายุ 15ปีขึ้นไป ในจังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น วัตถุประสงค์ของ ชมรมกีฬาฝึกเหยี่ยวโคราช •แลกเปลี่ยนความรู้ในการเลี้ยงและฝึกนกเหยี่ยว Falconry •เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อแก่สมาชิก •แลกเปลี่ยนความรู้ในเพิ่มจำนวนนกเหยี่ยวอันเป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า •เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมการเลี้ยงและการอนุรักษ์นกเหยี่ยวตามสายพันธุ์รวมทั้งนกล่าอื่นๆ •สร้างความสามัคคีความสัมพันธ์อันดีต่อกันระหว่างมวลสมาชิกอื่นๆ •ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์สัตว์ป่าและป่าไม้ กรณีไม่ใช่คนโคราช ไม่เกี่ยวข้องกับเมืองโคราช จ.นครราชสีมา ไม่ได้ทำงานไป-มา โคราช ไม่รับขอครับ คนที่อยู่โคราชส่งหลักฐานได้ที่เมล์และ ถ้าไม่ส่งต้องเป็นคนที่ผมพบตัวได้พูดคุยกันได้กินข้าวกินกาแฟกันมาแล้วครับ ถ้าไม่ได้เลี้ยงเหยี่ยวเลยก็ไม่รับเช่นกันครับ เพราะเดี๋ยวรับไปแล้วเป็นการชักนำเข้ามาเลี้ยงเหยี่ยว ผู้ที่มีเลี้ยงได้เหยี่ยวมาเลี้ยง อ่านเรื่องอาหารและสุขภาพเหยี่ยวได้เลยครับ บอร์ดนี้เปิดให้อ่านทุกกระทู้ครับ Admin จะเป็นผู้ยืนยันให้เท่านั้น..
Search
 
 

Display results as :
 
Rechercher Advanced Search
Keywords
Goshawk hood Northern Lure
Latest topics
December 2016
MonTueWedThuFriSatSun
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
CalendarCalendar
Forum

Share | 
 

 ภาคผนวกตอนที่2

View previous topic View next topic Go down 
AuthorMessage
Korat KFC
Admin
Admin


จำนวนข้อความ : 233
Join date : 2012-04-21

PostSubject: ภาคผนวกตอนที่2   Sat Apr 21, 2012 11:48 pm

สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เนื้อความตอนนี้ขยายความจากตอน การอนุบาลลูกนกเบื้องต้น พอดีนึกขึ้นได้ว่าก่อนจะได้นกมาเลี้ยงกันนั้น เพื่อนฯ ต้องทราบขั้นตอนการได้มาซึ่งนกล่าเหยื่อที่กว่าจะมาถึงมือเราฯ ท่านฯ (หมายเฉพาะท่านที่หาซื้อตามตลาดค้าสัตว์นะครับ )

ขณะนี้ใกล้ถึงเวลาลูกป้อนแล้วขอให้เพื่อนที่ต้องการครอบครองนก โปรดอดใจรอสักเดือนกว่าๆฤดูกาลลูกป้อน หลายชนิด ก็จะมาถึงเพื่อที่เพื่อนจะได้เลี้ยงนกที่ง่ายกว่าและเป็นการเริ่มต้นที่ดีโดยเฉพาะมือใหม่ถอดด้ามไม่สมควรจะไปหานกโต นกป่า มาเลี้ยงเพราะนกเหล่านี้จับมาจากตาข่ายกักนกที่ไม่ได้มาตารฐานนกพวกนี้ก่อนจะมาถึงมือเราผ่านเรื่องร้ายๆมาเยอะทั้ง ความเครียด ความหวาดกลัว ความเจ็บปวด นกที่ติดบนตาข่ายกว่าที่นายพรานจะมาปลดออกใช้เวลาเป็นวัน ความเจ็บปวดจากบาดแผล การออกแรงดิ้นรน ต่อสู้ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ ทำให้มันมีประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อมนุษย์มันจะจดจำไว้ทำให้นกจากธรรมชาติบางตัวฝึกยาก( ย้ำบางตัวบางชนิด) เมื่อนก เครียดจัด หวาดกลัว เจ็บปวด ภูมิต้านทานโรคในร่างกายนกจะลดลงและเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อแทรกซ้อนตามมายิ่งถ้านกได้รับอาหารที่ไม่ถูกหลักและสกปรกเพราะส่วนใหญ่นายพรานจะเลี้ยงเหยี่ยวที่จับได้ด้วยนกตายที่มีอยู่แล้วในตาข่ายกักนกเพราะง่ายและไม่เสียเงินซื้อ หากนกตายที่เป็นเหยื่อป่วยเป็นโรคร้ายเหยี่ยวที่อ่อนแอ เครียดจัดภูมิต้านทานในตัวตกกินซากอาหารเหล่านั้นเข้าไปก็จะติดเชื้อโรคนั้นๆได้ง่ายมาก หรือแม้ไม่ได้กินก็ต้องเจอกับ สภาพแวดล้อมที่แตกต่าง อุณหภูมิ ความชื้น ความแออัดของกรงนก สิ่งสกปรกต่างฯ สุดท้ายนกบางตัวทนสภาวะนี้ไม่ไหวนกจะติดเชื้อ เมื่อนกรับเชื้อโรคเข้าไปนกบางตัวอาจจะไม่แสดงอาการใด ใดเพราะเชื้อโรคก็ต้องมีระยะเวลา ฟักตัว และ ระยะ โจมตี

ซึ่งระยะเวลาประมาณนี้จะอยู่ในช่วงมือของ 1 นายพรานกักนก --------> 2 ยี่ปั่ว ที่ตระเวนรับซื้อนกจากพรานตามที่ต่างๆ ------> 3 นายหน้ารับซื้อนก ส่งนกเข้าตลาดกลาง -----> 4 พ่อค้าขายนกที่มีหน้าร้าน -------> 5 ผู้ซื้อเลี้ยงจริงหรือรับขายทาง internet หรือ บางทีส่งต่อถึงเพื่อนของเพื่อนอีก กว่าจะถึงมือเราก็ 5-7 ทอดแล้วใช้ระยะเวลาเป็นสัปดาห์เมื่อเราเอามาเลี้ยงได้สักพักเชื้อโรคร้ายที่แอบฟักตัวอยู่ในเหยี่ยวมาช่วงระยะเวลาหนึ่งก็จะ “ บูม “ เป็นจำนวนมากเข้าโจมตีร่างกายนกที่อ่อนแอ ถ้าหากเราไม่รู้และไม่ได้ให้ยารักษาที่ถูกโรคให้ทันท่วงที แล้วนกเหยี่ยวที่ผู้อยากเลี้ยงอุตสาห์แสวงหาก็จะตายในที่สุด นกล่าเหยื่อนี้เคยบอกแล้วว่าบางตัวบทจะเลี้ยงง่ายแข็งแรงอายุยืนเป็น 30-40 ปีก็มีเยอะ บทบางครั้ง จะเดี้ยงตายก็ป่วยง่ายๆ ตาย เอาดึ้อๆ ซึ่งอย่างหลังมีจำนวนเยอะกว่ามาก ในช่วง 2-3 ปี หลัง Horus ได้ฟังคำถามยอดฮิตในวงการว่าทำไมนกที่ซื้อมาสภาพก็ดีๆ กินอาหารได้ แต่เลี้ยงอยู่ไม่นานก็ตายไป ซึ่งผมเองก็ไม่สามารถตอบได้ครับเพราะการถามส่วนใหญ่มาจาก e-mail บ้าง โทรศัพท์ บ้าง เรื่องบอกเล่าต่อกันมา

ใน ประเทศ ไทยการจับหรือกักนกมาขายนายพรานใช้วิธีจับได้แย่และห่วยแตกมากที่สุดมีอุปกรณ์ไม่เหมาะสมและไม่มีสามัญสำนึกในการดูแลนกขอเพียงแค่จับมาขายก็แล้วๆกันไปผิดกับในต่างประเทศบางประเทศการจับนกจากธรรมชาติมาเลี้ยงต้องมีการอบรมให้ความรู้จับคนจับนกและมีกฎหมายต้องขอเขตสัมปทานจับนกได้เพียงบางเขตเท่านั้น ต้องจับในฤดูกาลที่ได้รับอนุญาต ต้องมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ถูกหลักเหนืออื่นใดต้องมีจิตสำนึกในการครอบครองสัตว์จากธรรมชาติ เท่านั้นยังไม่พอผู้ที่คิดจะนำนกจากธรรมชาติมาเลี้ยงต้องมีประสบการณ์การเรียนรู้ฝึกอบรมและต้องสอบได้ใบประกาศ (เฉพาะฝึกเหยี่ยว ) มาก่อนจึงจะไปซื้อนกที่จับจากธรรมชาติมาเลี้ยงได้และนกที่ถูกจับมาต้องใส่ห่วงขาหรือไมโครชิป บันทึกประวัติต่างๆเช่นกักได้ที่ไหน เมื่อไหร่ เพศ อายุ ตำหนิ เพื่อตรวจสอบได้ในภายภาคหน้าเผื่อเบื่อเลี้ยงแล้วจะปล่อยคืนธรรมชาติได้หรือไม่ ในที่นี้ขอใช้คำว่านกจากธรรมชาติแทนคำว่านกป่าเพราะนกบางส่วนไม่ได้อาศัยอยู่ในป่าเท่านั้นแต่อยู่ในเมืองหลวงหรือเรือกสวนไร่นา และนี้อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วงการเลี้ยงสัตว์จากธรรมชาติทุกประเภทในบ้านเราไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับในระบบสากลและยังโดนองค์กรต่างๆหรือ NGO นักอนุรักษ์โจมตีและว่าอยู่บ่อยๆว่าทำผิดกฎหมายและไร้มนุษยธรรมฝากถึงเพื่อนสมาชิกโปรดช่วยกันพิจารณาด้วยแต่ …………………

ถ้า Horus ไม่สามารถทำให้ใครเชื่อได้ก็ไม่เป็นไรแต่จะขอบอกหลักง่ายๆในการตรวจดูนกที่ต้องการให้ละเอียดก่อนจะซื้อ ก่อนอื่น ผู้เลี้ยงมือใหม่เอี่ยม ที่ดื้อดึง ต้องแยกให้ออกก่อนระหว่างคำว่า “นกสภาพดี ’’ กับ “นกสุภาพดี’’ นกสุขภาพดีคือนกที่อาจถูกจับมาจากแหล่งไม่ใกล้ไม่ไกล ( วัดจากศูนย์กลางการวางจำหน่าย ) เช่น เหยี่ยวขาว นกเขาชิครา นกเขาญี่ปุ่น จากชานเมืองหรือไร่ แถวๆนั้น มีระยะเวลาการขนส่งมาไม่นานมีสภาพภายนอกโดยรวมของตัวนกดี เช่น หน้าไม่แตก หางไม่หัก ไม่มีบาดแผลใดๆ ถ้าได้นกแบบนี้ก็จะดีนกอาจมีสุขภาพที่ดีตามมาด้วย หรือ….อาจมีสุขภาพที่ไม่ดีซ่อนเร้นอยู่ภายในก็ได้ กล่าวคือนกอาจ อมเชื้อโรคร้ายอยู่ในตัวนกก็ได้ ส่วนคำว่า “นกสุภาพดี’’ นั้นตัวนกอาจมีสภาพภายนอกที่ดีหรือไม่ดีก็ไม่เป็นไรแต่จะต้องมีสุขภาพภายในทีดี ข้อนี้สำคัญที่สุดเช่น นกบางตัวจมูกแตก ขนปีกหัก หางฉีก สภาพโดยรวมมองแล้วไม่สวย ไม่นวลตา แต่ให้สังเกตุใบหน้าและแววตา แลดูสุกใส ตาโตสว่าง มีเสียงร้องที่ดังชัดเจน จับดูสันที่หน้าอกไม่ผอม มาก เปิดดูขนที่ก้นนกไม่เปียกแฉะสังเกตุมูลนกในกรงหรือกล่องใส่นก มีลักษณะดีเป็นมูกสีขาวเข้ม มีก้อนมูกสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้มและมูลมีกลิ่นไม่เหม็นเน่าแบบผิดปกติมีอาการตื่นตัวเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว เปิดช่องปากดูว่าข้างในมีสิ่งแปลกปลอมหรือแผล หรือไม่นกแบบนี้คือนกที่มีสุขภาพที่ดีในเบื้องต้น (ย้ำเบื้องต้น) และขอให้เพื่อนสมาชิกกรุณาจำหลักการพิจารณานกเบื้องต้น


1. พิจารณาดูรูปลักษณ์ ภายนอกทั่วไป เช่น หัว ปาก ขา ตีน เล็บ ปีกตอนกางออก หมายถึงเราจับตัวนกออกมาคลี่กางปีกออกดูเอง

2. ใบหน้าดี ตากลม โต มีแววตาสุกใสเป็นประกาย

3. แหวกขนหน้าอกออก ครำดูสันหน้าอกต้องไม่แหลมมากเกินไป คือห้ามผอมมากเด็ดขาดโดยนกสายพันธ์เล็ก

4. เปิดช่องปากดูว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่เช่นแผ่นหรือก้อนเนื้อสีครีม และมีน้ำลายยืดที่มุมปากทั้งสองข้างหรือไม่ จริงฯ ต้องรู้ว่าภายใน ช่องปากเหม็นหรือไม่

5. เปิดดูขนที่ก้นว่า เปียก แฉะ แข็ง หรือไม่ ( ขี้ติดตูด )

6. ดูมูลนกถ้ามีสีขาวอมเหลืองอ่อนตัวก้อนมูกมีสีเขียวอ่อนมาก หรือ อมแดงติดมานี้คืออาการไม่ดี

7. ข้อนี้ทำลำบากหน่อยถ้าซื้อนกตามตลาด คือถ้าสามารถสวมHood หรืออะไรก็ได้ปิดหน้าปิดตานกเพื่อไม่ไห้นกตกใจและสงบสติอารมณ์ตื่นเต้นลง จากนั้นเอาหูของเราไปแนบใกล้ หน้าอกนกห่าง 2-3 นิ้ว เพื่อรอฟังเสียงหายใจตามปรกติของนก ถ้าเสียงแรงดังชัดเจน แบบเสียง ครืด…คราด…ก็ตัดใจซะหรือ ถ้าฟังมีเสียงเล็กน้อย ก็ พอลุ้นพอ เสี่
ยง

นี่คือกฎเหล็ก 7 ประการที่เพื่อนสมาชิกต้องจดจำไว้ วิธีนี้สามารถใช้ดูนกได้ทุกช่วงอายุขอยกตัวอย่างรูปนกให้ดูเพื่อเป็นอุทาหรณ์ เหยี่ยวตัวนี้ได้มาจาก รุ่นน้อง สภาพภายนอกตอนมาวันแรก ดีมาก หน้าไม่แตก ขนบริเวณ ปีก หาง ไม่หัก ขานิ้วดีไม่มีแผล สันหน้าอกก็ดีอ้วนมาก ขนที่ก้นไม่เปียกแฉะแต่ผู้นำมาลืมดูช่องปาก ตัวนี้มีน้ำลายค่อนข้างเยอะสังเกตได้จากมุมปากแฉะตลอดเวลาเมื่ออ้าปากดูจึงพบว่าเหมือนมีแผลหรือแผ่นเนื้อสีครีม เป็นปื้น ฯ อยู่ในลำคอ ตรวจพบหลังจากเลี้ยงได้สามวันพบว่าเป็นโรค Frounce เป็นเชื่อพวก Protozoa กลุ่ม Trichomoniasis เชื้อโรคนี้ชอบที่ที่มีออกชิเจนเยอะๆจึงพบได้ในช่องปากนกมีลักษณะเป็น ปื้นฯ สีขาวขุ่นหรือครีมในช่องปากหรือลิ้นของนกแถมยังเป็นโรคกระเพาะอักเสบอีกด้วย ( มึนตึบ) โรคนี้มีอาการ นกกินอาหารไปสักพักก็จะอ้วกอาหารไม่ค่อยย่อยเวลากินอาหารมักคาบเหยื่ออยู่ในปากก่อนสักพักหนึ่งจึงค่อยกลืนกินและจะกลืนกินเหมือนยากหรือบางตัวชอบจิกอาหารและสะบัดทิ้งบ่อยๆขอให้เพื่อนๆควรระวังอาการโรคนี้ให้ดี ให้ใช้ยารักษากลุ่ม Matrodinazol และ Enrofoxazil แต่ตัวนี้ รักษาได้สักพักก็ตายเพราะไม่ทันการเชื้อโรคได้ บูม ในตัวนกสุดขีดแล้วบวกกับนกมีความเครียดและหวาดระแวงตลอดอีกด้วย ตายไปตัวยังไม่พอแถมยังแพร่โรคระบาดตามไปด้วย

รูปเหยี่ยวที่สภาพตอนได้มาไม่ค่อยดี เช่น จมูกแตก ขนหลุดลุ่ย หางหักยับเยินจนต้องเข้าเผือกไว้ดังในรูปนิ้วเท้าเป็นแผลบวมเลือดออก แต่นกสีหน้าดีมีแววตาสุขใสเป็นประกาย สีมูลนกดี ในช่องปากไม่มีแผล สันบนหน้าอกไม่ผอมมาก เสียงหายใจเบาดี นี้คือตัวอย่างนกที่มีสุขภาพดี แต่ สภาพภายนอกไม่ดี

ช่วงกลางฤดูหนาวอย่างนี้ เหยี่ยวชนิดอื่นๆ ส่วนใหญ่ที่พบมีเหยี่ยวนกเขาชิครา นกเขาญี่ปุ่น เหยี่ยวขาว เหยี่ยวนกเขาหงอน เหยี่ยวเคสเตวล เหยี่ยวผึ่ง เหยี่ยวทุ่ง เหยี่ยวสกุลเหยี่ยวกิ่งก่าทุกชนิด อย่า คิดลองเลี้ยง โดยเฉพาะนกเขาญี่ปี่น กับชิกคราจะพบบ่อยมากเพราะเป็นช่วงที่นกอพยพ ส่วนใหญ่เป็น กลุ่ม Accipiter ที่พบบ่อย เช่น เหยี่ยวนกเขาจีน นกเขาญี่ปุ่น ชิกครา เป็นที่มีขนาดไล่เลี่ยกันตอนนกวัยรุ่นอายุ 1-2 ปีแรกจะมีชุดขนที่สีคล้ายกันมากเมื่อโตมาสีขนตัวผู้ตัวเมียก็ไม่เหมือนกันอีกแต่คนขายมักบอกว่าเป็นคนละชนิดกันโดยเฉพาะเหยี่ยวนกเขาบางชนิดย่อย เหยี่ยวนนกกระจอกเล็ก - ใหญ่ จะเลี้ยงยากมากถึงยากที่สุดเพราะว่า ขี้ตกใจ ไม่เชื่อง เปราะบาง ฝึกยากมาก ตายง่ายมากไม่สมควรอย่างยิ่งที่มือใหม่จะนำไปเลี้ยงเพียงเพราะแค่ อยากลองดู เพื่อได้ หรืออยากครอบครองนก ความใจร้อนชั่วครั้งชั่งคราว ควรอดใจรอสักนิดคอยศึกษาเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆเพราะใกล้ถึงดูกาลลูกป้อนแล้ว ถ้าคุณยังแค่อดใจไม่ซื้อนกไม่ได้คุณก็ไม่อาจเป็นนัก falconer ที่ดีได้ครับ ที่นำบทความนี้มาเสนอต่อเนื่องเพราะเห็นว่ามีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการแสวงหานกมาครอบครองและสงสารตัวนกด้วยครับเท่าที่รู้มาตลอด 20 กว่าปี นกล่าเหยื่อในไทยที่ถูกจับมากว่าร้อยละ 80% ตายหมดและในยุคนี้เป็นยุคแห่งความทันสมัยทั้งข่าวสารข้อมูลอุปกรณ์การเลี้ยงนกที่ถูกต้อง ผู้สนใจจริงสามารถเข้าถึงได้ไม่ยากโดยไม่อยากให้เกิดมีผู้ซื้อที่ไม่ทราบบางกลุ่มเกิดขึ้นเหมือนในอดีตที่ผ่านมาดังสุภาษิตที่ว่า “ ไม่มีผู้ซื้อย่อมไม่มีผู้ขาย ’’
[b]Horus[/b]
Back to top Go down
http://korat-falconry.fanbb.net
 
ภาคผนวกตอนที่2
View previous topic View next topic Back to top 
Page 1 of 1

Permissions in this forum:You cannot reply to topics in this forum
Korat Falconry :: ทั่วไป General Board-
Jump to: